• 19 กรกฎาคม 2018, 04:54:26 PM

ผู้เขียน หัวข้อ: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ aokpl02539

  • มือใหม่ฝุดฝุด
  • *
  • กระทู้: 35
  • พลังน้ำใจ : 0
  • AbsoluteClub.Net สังคมแห่งการแบ่งปัน
Permalink AbsoluteClub.Net : มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้


https://www.img.live/images/2018/07/03/1a3db5.jpg

มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น ส้มมะนาว (ภาคกลาง),ส้มที่นาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่ขี้งกลยาน (กะเหรี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
ตระกูล  Rutaceae
บ้านเกิด เช้าใจกันว่ามะนาวเป็นพืชพื้นบ้านในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์เพราะเหตุว่าผู้ที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้คุณประโยชน์จากมะนาวกันเป็นอย่างดีมาตั้งแต่อดีตแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย แม้กระนั้นมีการค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่เชื่อว่ามะนาวมีแหล่งกำเนิดในอินเดียภาคเหนือ และเขตเชื่อมต่อกับเมียนมาร์ รวมถึงทางภาคเหนือของมาเลเซีย (แต่ว่าน่าแปลกที่ไม่พบมะนาวในป่าของไทย) เดี๋ยวนี้มีการปลูกมะนาวทั่วๆไปในเขตร้อน และก็เขตอบอุ่นครึ่งหนึ่งร้อนทั้งโลกเพราะว่ามะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ แล้วก็ทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดีกว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มมีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลผสมเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนกระทั่งเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากมายจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งไม่ค่อยเป็นระเบียบเรียบร้อย บนลำต้นแล้วก็แขนงจะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีอีกทั้งหนามสั้นและหนามยาวมีสีเขียวเข้มและสีเขียวอมเหลือง ส่วนรอบๆปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบคนเดียว เป็นมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างราวๆ 3-6 ซม. ยาวโดยประมาณ 6-12 ซม.รูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นรวมทั้งมีปีกใบแคบหรือบางทีอาจไม่มีปีกใบก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับพันธุ์มะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางแทบเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบด้านบนละเอียดเป็นมันส่วนผิวใบด้านล่างออกจะหยาบคายและมีสีจางกว่า เมื่อกระทำการขยี้ใบจะมีกลิ่นฉุน
                ดอกมะนาวบางทีอาจเกิดเป็นดอกคนเดียวหรือช่อก็ได้ มีทั้งที่เป็นดอกสมบูรณ์และไม่บริบูรณ์ ดอกจะออกรอบๆซอกใบแล้วก็ปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบดอกไม้มีสีขาว รวมทั้งด้านท้องกลีบอาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบมีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีจำนวน 4-5 อัน จำนวนกลีบในรวมทั้งกลีบนอกมีจำนวนเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 เซนติเมตร ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้มากไม่น้อยเลยทีเดียวถึง 20-40 อัน เชื่อมชิดกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่ราว 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างนาๆประการตามจำพวกของจำพวก มีอีกทั้งรูปร่างยาวรี รูปไข่ แล้วก็รูปร่างกลม ที่ก้นผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยปกติมีขนาดความยาว 3-12 ซม. เปลือกมักษณะตะปุ่มตะป่ำ แล้วก็มีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม ใส่อยู่เยอะๆ เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวและก็มีกลิ่นหอมสดชื่นเม็ด ขนาดเล็กเหมือนรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ภายในเม็ดมีเนื้อเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชซึ่งสามารถปลูกได้ดิบได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินปนทราย แต่ถ้าเกิดต้องการจะปลูกมะนาว ให้เจริญงอกงามดี มี ผลดก และก็คุณภาพดี ก็ควรจะปลูกไว้ในพื้นที่ที่เป็นดินที่ร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีสารอินทรีย์ผสม อยู่มากมาย รวมทั้งควรจะเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง และก็การติดตา แม้กระนั้นแนวทางที่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับเพื่อการขยายพันธุ์มะนาวมากที่สุดคือ การทำหมันกิ่ง โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเหลือเกินและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดรับประทาน ยาวโดยประมาณ 30-50 เซนติเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 0.5 ซม.ขึ้นไป
  • ตัดหนามและก็ใบในรอบๆที่จะควั่นกิ่งออกโดยประมาณ 5 ซม.
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงเนื้อไม้ห่างกัน 1-2 เซนติเมตร
  • ขูดเยื่อเจริญรุ่งเรืองออกให้หมด
  • หุ้มด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชื้นหรือใช้ตุ้มตอนเสร็จ มัดเปาะหัวด้านหลังให้แน่น แล้วทิ้งไว้ราวๆ 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วก็ใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนกระทั่งอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงสีดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน แล้วก็เมื่อกิ่งที่ชำเดินรากก้าวหน้าในถุงสีดำแล้วก็แข็งแรงแล้วหลังจากนั้นก็ให้นำไปปลูกถัดไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม เตรียมพื้นที่โดยทำคันดินให้มีความกว้างประมาณ 6-8 เมตร ความสูงให้ดูจากจำนวนน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงขึ้นยิ่งกว่า แนวระดับอุทกภัย 50 ซม. แทงร่องหรือซอยร่องทำคะแนนน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรจะไถลูกพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช แล้วก็ทำให้ดินที่ร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
วิธีการปลูก
ควรปลูกภายในช่วงต้นหน้าฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างรวมทั้งลึกโดยประมาณ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยธรรมชาติ และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงโดยประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม ชูถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่า ระดับดินปากหลุมบางส่วน ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงอีกทั้ง 2 ด้าน (ช้ายรวมทั้งขวา) ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมพัดโยก หาวัสดุหุ้มดินบริเวณโคนต้น ดังเช่น ฟางข้าว ต้นหญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยพรางแดด
การปฏิบัติดูแล การให้น้ำ ควรจะมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยยิ่งไปกว่านั้น ในตอน ที่ปลูกใหม่ๆควรให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างต่ำ (กรณีฝนไม่ตก) ภายหลังจากปลูกประมาณ 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง และควรหา อุปกรณ์มาหุ้มดินรอบๆโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น                ควรจะเริ่มงดให้น้ำ ตั้งแต่ตอนมี.ค. เป็นต้นไป จนกระทั่งช่วงมีดอก เพื่อให้มะนาวสะสม ของกินให้สูงถึงระดับซึ่งสามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะมีดอก ม.ย.-พ.ค. ภายหลังมะนาวออกดอก รวมทั้งกำลังติดผลอ่อน เป็นตอนที่มะนาวอยากน้ำมาก เพื่อใช้ในการเติบโต ของผล
https://www.img.live/images/2018/07/03/2f58e1.md.jpg

     ส่วนประเภทมะนาวที่มีการปลูกกันมากในไทย เช่น

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาวเหมือนมะนาวหนัง เมื่อโตสุดกำลังผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมากมาย นิยมใช้บริโภคมากยิ่งกว่าพันธุ์อื่นๆเชิงพาณิชย์จะปลูกมะนาวประเภทแป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตสุดกำลังผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกครึ้ม ทำให้เก็บรักษาผลตอบแทนนาน


ส่วนประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากผู้กระทำลั่นผิวผล ร้อยละ 0.3-0.4 ประกอบด้วยสารต่างๆอาทิเช่น  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยจำนวนร้อยละ 0.27  องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันมีสารต่างๆอย่างเช่น  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.02 มก.
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.217 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.046 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 33 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.6 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 18 มก.
  • โพแทสเซียม 102 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม ที่มา : Wikipedia
คุณประโยชน์/คุณประโยชน์
น้ำมะนาวมีคุณค่าในการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมสดชื่นจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสอาหารไทยที่ขาดเสียมิได้ เป็นส่วนประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ตำส้ม ยำทุกชนิด ลาบและของกินไทยอีกอีกมากมาย ต่างประเทศใช้มะนาวอีกทั้งในอาหารคาวหวาน ดังเช่นว่า ในพายมะนาวของรัฐฟลอริด้า ประเทศอเมริกา
น้ำมะนาวเว้นเสียแต่ใช้แต่งรสเปรี้ยวในอาหารหลาย ชนิดแล้ว ยังนำมาใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ รวมทั้งน้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีทั้งในประเทศไทย และก็ต่างถิ่นทั้งโลก ยิ่งกว่านั้นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์บางประเภทยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆแทงไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยข้างในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงจำนวนร้อยละ 7 น้ำมะนาวก็เลยเป็นประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนผสมน้ำยาที่ใช้เพื่อการทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาล้างจาน
นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกดังเช่น หุงข้าวให้ขาวและอร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวราว 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูและก็นิ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดกลิ่นคาวจากปลาเมื่อปรุงอาหารและทำให้ปลาคงรูปไม่เหลว เมื่อใช้มีดผ่าปลีกล้วย มีดจะมีสีม่วงคล่ำ ล้างออกตรากตรำ นำมาท้องนาวที่ผ่าแล้วมาเช็ดตามใบมีด จะช่วยให้มีดสะอาดเหมือนเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่าอร่อย เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งด้านลงไป จะช่วยให้กล้วยใส น่ารับประทานมากขึ้น  มะนาว 2-3 ลูกใส่ด้านในถังข้าวสารช่วยป้องกันมอดได้  ส่วนการแปรเปลี่ยนรูปมะนาว มะนาวแปรรูปได้ อาทิเช่น น้ำมะนาวปรุงอาหาร มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกมะนาว แยมนะที่นาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกของมะนาวสามรส เปลือกของมะนาวเส้นปรุงรส เปลือกมะนาวเชื่อม เปลือกของมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น
ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้นระบุว่า ตำรายาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” ประกอบด้วย ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มจังหวัดตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด รวมทั้งผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีคุณประโยชน์แก้ลมกองละเอียด กองหยาบคาย แก้เสมหะโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกจากนั้นบัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนเลือด (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทวดาจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรประเภทอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการแก้ลมหน้ามืด แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียนอาเจียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันกำหนดถึงสรรพคุณของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่ส่งผลให้เกิดความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบได้บ่อยรอบๆผิวเปลือกของมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นองค์ประกอบหลักเกินกว่าร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณลักษณะป้องกันและก็รักษาโรคมะเร็งหลายแบบ
ฝรั่งทั่วไปมักกินน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชเครือญาติส้ม ได้แก่ ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับอาหารเช้า น้ำผลไม้เหล่านี้มีวิตามินซี และมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ประกอบด้วยสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) แล้วก็ท้องนาริงจิน (naringin) และก็ลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชเชื้อสายส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกรุ๊ปฟลาโวนอย์ส้มนี้มีรายงานด้านการแพทย์ตะวันตกว่าใช้สำหรับการรักษาไข้จับสั่น โรครูมาว่ากล่าวสม์เรื้อรังแล้วก็โรคเกาต์ ใช้เพื่อการคุ้มครองโรคเลือดออกตามไรฟัน คุ้มครองปกป้องการตกเลือดหลังคลอด และช่วยทุเลาอาการระคายคอจากการต่อว่าดเชื้อรวมทั้งโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีในของกินน้อยเกินไป ซึ่งอาจจะก่อให้มีอาการของโรคเกิดขึ้นข้างใน 8-12 อาทิตย์ คนไข้มักมีอาการคล้ายป่วยไข้ เหน็ดเหนื่อย ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้าม เจ็บกระดูก มีแผลฟกช้ำหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง เกิดโรคทางปริฟัน เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์ผันแปร หรือมีภาวการณ์เซื่องซึม สำหรับประโยชน์ของน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีการค้นคว้าวิจัยเมื่อนานมาแล้วที่ให้คนป่วยโรคนี้กินส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าผู้เจ็บป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์รวมทั้งรวดเร็ว เมื่อเทียบกับผู้เจ็บป่วยอีกกลุ่มที่กินอาหารชนิดอื่น นอกจากนี้ในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะทำการกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้ชุ่มคอ ก็เลยช่วยบรรเทาลักษณะของการเจ็บคอได้
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสมหะใช้น้ำจากผลที่โตสุดกำลัง  เพิ่มเติมเกลือบางส่วน  จิบเป็นประจำหรือ จะทำน้ำมะนาวเพิ่มเติมเกลือรวมทั้งน้ำตาลเล็กน้อย           อาการท้องอืดท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งเอาไว้ 5-10 นาที ดื่มแต่ว่าน้ำขณะมีอาการ หรือหลังรับประทานอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสลดได้เช้าหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว กินน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือน้อย) จะช่วยทุเลาท้องผูก และช่วยกำจัดพิษออกมาจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการกลาก โรคเกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วขัดให้แห้ง แล้วก็ใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความสวยงาม ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนจะกว่าจะเข้ากัน ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้สักครู่ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะมองผ่องใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้เพื่อการแก้ไข้ทับระดู ด้วยการเอาใบมะนาวประมาณ 100 ใบมาต้มรับประทานช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวเช็ดที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา การเรียนสัตว์ทดสอบในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชเชื้อสายส้มกับหนูไขมันสูง ส่งผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดปริมาณไขมันรวมและไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว รวมทั้งมีผลลดความดันเลือดและขับเยี่ยวในหนูความดันสูง การทดสอบในห้องปฏิบัติในแคนนาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังที่กล่าวมาข้างต้นของฟลาโวนอยด์ส้มเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากผลของการกระตุ้นลักษณะการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับ ณ ตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอคอยล (sterol regulatory element, SRE)
ในสหรัฐอเมริกา งานค้นคว้าในสัตว์ทดสอบพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกรุ๊ป ดังเช่นกลุ่มเฮสเพอริดิน แล้วก็กลุ่มโพลีเมททอกสิเลตฟลาโวน (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดลอง ซึ่งช่วยเหลือผลที่เกิดจากงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
สาธารณรัฐประชาชนจีน การค้นคว้าวิจัยพบว่า ท้องนาริงจิน รวมทั้งเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นรูปแบบการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของกลูโคสรวมทั้งไขมันที่เกี่ยวโยงกับการสร้างพลัคอุดตันของเส้นโลหิตและก็แนวทางการอักเสบ ผลการศึกษาบอกว่าฟลาโวนอยด์ส้ม 2 ชนิดแสดงผลลัพธ์ต้านทานการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) และยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกเหนือจากนี้ สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน มีผลต่อการสร้างไนตริกออกไซด์ในเซลล์ฝาผนังเส้นเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน จึงมีฤทธิ์ปกป้องการเกิดโรคเส้นโลหิตหัวใจ เป็นเหตุให้ส่งเสริมการกินมะนาว แล้วก็ฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองโรคเส้นเลือดหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงวัยทอง
งานค้นคว้าหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิคุ้มกัน และก็โปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านทานการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง การศึกษาในห้องแลปในรัฐเท็กซัสและก็แคลิฟอเนีย อเมริกาพบว่า สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นพอควร แม้กระนั้นต่ำยิ่งกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชตระกูลขิง มีบทความทางการแพทย์พูดว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยั้งการก้าวหน้าของเซลล์ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด โพรงปาก กระเพาะ และก็มะเร็งเต้านมจากการทดลองในห้องทดลองรวมทั้งในสัตว์ทดลองหลากหลายประเภท แต่ว่ายังไม่พบผลวิจัยทางคลินิก
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังนี้  ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีการวิจัยผลของทั้งน้ำมันหอมระเหยแล้วก็สารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus cereus รวมทั้ง E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus และ Bacillus cereus สารสกัดจากเม็ดมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii และก็ Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis แล้วก็ Streptococcus faecalis
การเรียนทางพิษวิทยา การทดลองความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว (เท่ากันกับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่เจอความไม่ปกติอะไรก็ตามเมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/กก.น้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษแบบรุนแรงรวมทั้งครึ่งเรื้อรัง แต่พบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/กิโลน้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับมากขึ้นแต่ว่ายังอยู่ในตอนปกติ และไม่เจอความไม่ดีเหมือนปกติของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวส่งผลยับยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  แล้วก็การทดสอบฤทธิ์ระคายเคืองโดยขั้นตอนการ Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวให้ผล positive
ข้อเสนอ/ข้อพึงระวัง

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงบางทีอาจไม่ปลอดภัยในผู้ที่มีผิวหนังแพ้ง่าย ซึ่งสามารถส่งผลให้ผิวหนังไวต่อแดดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวออกจะขาว ภายหลังการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังจะต้องทาครีมสำหรับกันแสงแดดรวมทั้งสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันก่อนออกไปพบเจอกับแสงแดด
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจจะก่อให้เกิดท้องเสียหรือท้องเดินได้ถ้ากินมากเกินความจำเป็น
  • ภายหลังกินน้ำมะนาวแล้วไม่ควรแปรงฟันในทันทีเนื่องจากอาจทำให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • ถ้าหากดื่มหรือรับประทานมะนาวบ่อยๆและก็เป็นระยะเวลานานติดต่อกันอาจจะก่อให้ฟันผุร่อนได้
  • คนที่มีสภาวะโลหิตจางไม่ควรรับประทานมะนาว เพราะว่ารสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกเลือดนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอันตรายได้
  • ยาบางชนิดที่จะถูกเปลี่ยนข้างในตับ โดยมะนาวอาจส่งให้ช่วงเวลาในการเปลี่ยนรูปของยาเหล่านี้น้อยลง การดื่มน้ำมะนาวขณะรับประทานยาบางชนิดที่เปลี่ยนรูปในตับจึงอาจทำให้มีผลข้างเคียงมากเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ไตรอาโซแลม (Triazolam) ฉะนั้น ก่อนรับประทานมะนาวควรหารือแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคได้ผลชัวร์หรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • อาจินต์ ปัญจพรรค์. ขุดทองในบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อนงค์ศิลป์การพิมพ์, 2524.
  • Ross SA, El-Keltawi NE, Megalla SE. An

 
แชร์บทความ...
โค้ดแบบ forum
(BBCode)
โค้ดแบบ site/blog
(HTML)


Back to top