• 20 กรกฎาคม 2018, 04:00:33 PM

ผู้เขียน หัวข้อ: เรียนทำเค้ก สูตรขนมไทยโบราณอร่อยติดใจ ไส้ถั่วแดงไส้เนยสด line: annzy201  (อ่าน 85 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ iAmtoto007

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 8431
  • พลังน้ำใจ : 0
  • AbsoluteClub.Net สังคมแห่งการแบ่งปัน
Permalink AbsoluteClub.Net : เรียนทำเค้ก สูตรขนมไทยโบราณอร่อยติดใจ ไส้ถั่วแดงไส้เนยสด line: annzy201


เรียนทำขนมเค้ก สูตรขนมไทยอร่อยติดใจ ไส้สังขยาไส้ไก่หยอง line: annzy201
เรียนทำขนมปัง ไส้ขนมเค้ก พายแอปเปิ้ล รสชาติระดับห้าดาวอร่อยๆ ราคาถูกๆ ไม่แพง ตั้งอยู่ที่เจริญกรุง 107 แยก 7
ขั้นตอนฐานรากสำหรับเพื่อการทำขนมปัง

1. การผสมแป้ง
ส่วนที่ 1 ส่วนประกอบของแห้ง ตัวอย่างเช่น แป้ง ยีสต์ สารเสริมประสิทธิภาพ นมผง ร่อนผสมเข้าด้วยกัน
ส่วนที่ 2 ส่วนประกอบของแฉะ ตัวอย่างเช่น น้ำเย็น น้ำตาลทราย ไข่ไก่ เกลือป่น แล้วก็ นมสด หรือนมข้นจืด คนให้เข้ากันกระทั่งละลาย
ส่วนที่ 3 ส่วนผสมไขมัน เช่น เนยสด เนยขาว มาการีน หรือ น้ำมันพืช
 
การผสมแป้งวิธีนี้จะช่วยให้ส่วนประกอบเข้ากันได้ดี แล้วก็ช่วยให้กลูเต็นในแป้งถูกผสมจนถึงจุดที่ไใช้ได้ โดยพินิจได้จากการรวมตัวของก้อนแป้งไม่เหนียวติดมือ และเครื่องผสมมีความอ่อนนุ่มเนียนรวมทั้งสามารถดึงเป็นผ่นบางๆได้โดยไม่ขาด แม้กระนั้นถ้าหากผสมแป้งหรือนวดแป้งไม่พอ จะก่อให้แป้งมีความยืดหยุ่นน้อย ขนาดของขนมจะต่ำลง หรือจะมีเนื้อสัมผัสหยาบคาย
2. การหมักดองแป้งหลังจากการผสม
แป้งหลังจากการผสมต้องมีการพักแป้งก่อนสักระยะหนึ่งเพื่อให้แป้งคลายตัว สำหรับเพื่อการหมักนั้นโดยธรรมดาจะหมักโดยการคลึงแป้งเป็นก้อนกลม และก็หมักในอ่างผสม หรือกดเป็นก้อนกลมแล้วพักบนโต๊ะ โดยใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดๆหุ้มก้อนแป้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าของก้อนแป้งแห้ง
3. การไล่อากาศในก้อนแป้ง
ภายหลังจากแป้งถูกหมักจนได้ที่แล้วจะไล่อากาศที่มีมากเกินออกไป เพื่อให้ขนมปังมีเนื้อเนียน แนวทางเป็นใช้มือกดเบาๆที่ก้อนแป้ง หรือใช้เครื่องรีดเพื่อไล่อากาศ
4. การเตรียมก้อนแป้งใส่ไส้หรือพิมพ์
ภายหลังไล่อากาศในก้อนแป้งแล้ว ตัดก้อนแป้งตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นใช้มือหรือเครื่องกดให้เป็นก้อนกลมกระทั่งผิวหน้าเรียบเนียน หลังจากนั้นจะขึ้นรูปพักลงในพิมพ์ หรือพักให้ขึ้นเป็น 2 เท่า แล้วก็นำมาใส่ไส้ตามอยาก
5. การพักแป้งในพิมพ์
ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการพักแป้งขึ้นอยู่กับขนาดก้อนแป้ง และอุณหภูมิที่ใช้เพื่อการหมัก โดยธรรมดาจะใช้อุณหภูมิที่ราวๆ 32-40 องศาเซลเซียส ซึ่งในระหว่างการดองนั้นจำต้องใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาดๆคลุมแป้งเพื่อปกป้องผิวหน้าของก้อนแป้งแห้งกระด้าง ในตอนนี้ถ้าเป็นระบบอุตสาหกรรมหรือร้านค้าที่ขายดิบขายดีก็จะใช้ตู้หมักแป้ง โดยตู้หมักแป้งสามารถปรับระดับอุณหภูมิที่ใช้สำหรับการหมักได้ ก็เลยช่วยให้ได้ก้อนแป้งที่พองตัวอย่างรวดเร็ว
6. การอบรวมทั้งการตกแต่งหลังการอบ
โดยทั่วไปอุณหภูมิที่ใช้สำหรับการอบอยู่ที่ 350-400 องศาฟาเรนไฮต์ ส่วนระยะเวลาขึ้นกับขนาดก้อนแป้ง ก่อนอบบางสูตรบางครั้งก็อาจจะเพิ่มสีสันแก่ขนมปัง โดยจะมีการทาหน้าขนมปังด้วยไข่ไก่ นมสด ฯลฯ แล้วก็เมื่ออบสุกแล้วหากอยากให้ขนมปังเป็นมันเงา จะทาหน้าขนมปังด้วยเนยสดทับอีกที ขนมก็จะดูมันวับ จึงนำออกจากพิมพ์หรือถาดอบ บางสูตรจะมีการตกแต่งหลังการอบเพื่อให้ได้รสที่ดีแล้วก็สะดุดตาน่าอร่อยมากเพิ่มขึ้น การตกแต่งนั้นมีหลายวิธี เช่น การโรยหน้าของหวานด้วยน้ำตาลไอซิ่ง หรือ การตกแต่งด้วยน้ำสลัดครีม จึงพักบที่กรองจนกระทั่งเย็นสนิทเื่พื่อปกป้องการเกิดราได้ง่าย แล้วหลังจากนั้นก็เลยบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เตรียนมไว้ ภายหลังจากการบรรจุแล้วควรที่จะเก็บขนมปังไว้ในห้องที่ไม่แห้งจนเหลือเกิน รวมทั้งมีอุณหภูมิที่เย็นพอเหมาะพอควร
 
เครมบรูเล่กะทิแบบไทย
ใครไม่กลัวแคลอรีพุ่งสูงอยากให้ลองเมนูเครมบรูเล่กะทิแบบไทย สูตรจาก เฟซบุ๊ก iCook by Kucook ใส่กะทิแบบไทยเพิ่มกลิ่นหอม สามารถลดความหวานได้ตามชอบ รสชาติอร่อยแค่ไหนมาพิสูจน์กัน
ส่วนผสม เครมบรูเล่กะทิ (สำหรับ 20 ที่)
• ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 24 ฟอง
 • น้ำตาลทราย 350 กรัม
 • ครีมสด 750 มิลลิลิตร
 • กะทิคั้น 750 มิลลิลิตร
 • ถ้วยกระเบื้อง
 • ถาดทรงสูง
วิธีทำเครมบรูเล่
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
 2. ต้มครีมสด และน้ำกะทิในหม้อด้วยไฟอ่อน คนผสมให้เข้ากัน พอเดือดให้ปิดไฟทันที (ไม่ควรใช้ไฟแรง และไม่ควรต้มให้เดือดจนเกินไป) พักไว้
 3. ตีผสมไข่แดงกับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมครีมคนผสมตลอดเวลาจนเข้ากันดี กรองส่วนผสมด้วยกระชอน จากนั้นเทส่วนผสมที่ได้ลงในถ้วย ประมาณ 3/4 ของพิมพ์
 4. วางถ้วยลงในถาดทรงสูง เทน้ำลงในถาดให้สูงประมาณ 3/4 ของถ้วยครีม (เรียกวิธีการนี้ว่า bain marie) นำเข้าเตาอบ นานประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีหรือจนสุก (วิธีการเช็กว่าสุกหรือไม่ให้ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไปตรงกลางถ้วย ถ้ามีเศษขนมติดออกมาแสดงว่ายังไม่สุก) นำออกจากถาดน้ำ และเก็บไว้ในตู้เย็นจนกว่าจะรับประทาน
 5. เวลาจัดเสิร์ฟให้โรยน้ำตาลทรายบาง ๆ ลงบนหน้าขนมให้ทั่ว หลังจากนั้นใช้ปืนพ่นให้น้ำตาลเป็นสีน้ำตาลไหม้จนทั่ว รับประทานคู่กับมะพร้าวเชื่อม

ช็อกโกแลตพอตเดครีมมี่
 
ส่วนผสม
ดาร์กช็อกโกแลตหั่นชิ้นเล็ก 170 กรัม
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
วิปครีมชนิดจืด 1 ถ้วยตวง
ไข่แดง 3 ฟอง
ลูกเกดดำ 2/3 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำดาร์กช็อกโกแลตใส่อ่างผสม นำขึ้นตุ๋นบนน้ำร้อนจนช็อกโกแลตละลาย ใส่น้ำตาลทราย และวิปครีม 1/2 ถ้วยตวง คนให้เข้ากันดี
2. ตักส่วนผสมในข้อที่ 1 ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ลงในไข่แดงคนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ จากนั้นเทกลับลงในอ่างช็อกโกแลตตามเดิม นำขึ้นตุ๋นอีกครั้งคนจนส่วนผสมข้นมีลักษณะเนียนเข้ากันดี ยกลงใส่ลูกเกดดำ พักไว้ให้เย็นสนิท
3. ตีวิปครีมที่เหลืออีก 1/2 ถ้วยตวง ด้วยหัวตีตะกร้อ โดยใช้ความเร็วสูงสุดของเครื่องจนขึ้นฟูตั้งยอด แล้วนำลงผสมกับส่วนผสมในข้อที่ 2 ตะล่อมเบา ๆ ด้วยพายยางจนส่วนผสมเข้ากันดี
4. ตักส่วนผสมที่ได้ใส่ถ้วยสำหรับเสิร์ฟ นำเข้าแช่ในตู้เย็นสักครู่ก่อนจัดเสิร์ฟ

ขั้นตอนการเก็บรักษาวัตถุดิบสำหรับในการทำเบเกอรี่หรือส่วนประกอบที่ใช้สำหรับทำเบเกอรี่ที่ถูก
1. แป้งชนิดต่างๆเป็นต้นว่า แป้งเค้ก แป้งขนมปัง อื่นๆอีกมากมาย ถ้าเกิดปราศจากจากแมลงรบกวนจะมีคุณภาพดีแล้วก็เก็บได้นานถึง 5 เดือน โดยเก็บรักษาเอาไว้ภายในห้องที่สะอาด มีอากาศระบายดี ไม่มีกลิ่น มีอุณหภูมิ 68 - 72 องศสฟาเรนไฮต์ แล้วก็มีความชื้นสัมพัทธ์ 55 - 65 % แป้งที่มีตัวแมลงอยู่จะต้องแยกนำออกมาทิ้งทันที
2.ยีสต์ เป็น ส่วนประกอบที่เสียได้ง่าย ควรจะเก็บในที่แห้ง ไม่ให้สัมผัสโดยตรงกับแสงแดดและก็ความชุ่มชื้น หากไม่เก็บในตู้เย็นควรเก็บในที่มีอุณหภูมิไม่สูงขึ้นยิ่งกว่า 90 องศาฟาเรนไฮต์ ภายใต้สภาพเช่นนี้ ยีสต์แห้งจะมีอายุการเก็บได้อย่างน้อยที่สุด 1 เดือน หรือยาวนานกว่านี้ได้
3. น้ำตาล ทั้งยัง น้ำตาลทรายขาวรวมทั้งน้ำตาลทรายแดงเป็นตัวดูดความชื้น จะต้องนำออกจากถุงใส่กล่องพลาสติคหรือแก้ว มิฉะนั้นแล้วน้ำตาลจะดูดความชื้นจากอากาศจนถึงจุดที่มันแฉะ ซึ่งพวกจุลอินทรีย์จะเจริญเติบโตก้าวหน้า ทำให้น้ำตาลนั้นมีรสเปรี้ยว สำหรับน้ำตาลละเอียดหรือน้ำตาลไอซิ่ง เมื่อไม่ใช้จะต้องเก็บเอาไว้ภายในที่แห้ง เพื่อคุ้มครองการจับตัวกันจบกลายเป็นก้อน อย่าใช้ภาชนะที่เป็นโลหะเพราะอาจจะมีการเกิดสนิมได้
4. ไขมัน รวมทั้งน้ำมัน ไขมัน จากพืชสามารถเก็บได้ในอุณหภูมิปกตินาน 2-3 เดือน ถ้าเกิดอยากได้เก็บให้ได้ยาวนานกว่านี้ต้องเก็บในตู้แช่เย็น น้ำมันหมูจำพวกแข็งควรเก็บในตู้แช่เย็น โดยใส่ภาชนะบรรจุปิดฝาให้สนิท หรือเก็บเอาไว้ข้างในห้องปกติก็ได้ น้ำมันสลัดหรือน้ำมันมะกอกจะมีกลิ่นหืนได้ง่ายหลังจากเปิดฝาแล้ว สำหรับไขมันพืช นอกเหนือจากที่จะเก็บในตู้เย็นแล้ว ไม่ควรเก็บไว้ใกล้สิ่งที่ให้กลิ่น เพราะว่าไขมันนั้นสามารถดูดกลิ่นแปลกปลอมเข้าไว้ได้ง่ายและรวดเร็ว ศัตรูตัวสำคัญของไขมันก็คือแสงสว่าง อากาศ น้ำ ความร้อน อุณหภูมิสูงๆและก็โลหะ พวกนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันมีกลิ่นหืนได้ง่าย
5. ไข่ ไข่ สดควรเก็บในช่องเก็บไข่ของตู้เย็น โดยให้ส่วนกว้างของไข่อยู่ด้านบนจะเก็บได้นานถึง 5 สัปดาห์ ไข่สดจะสูญเสียความชื้นรวมทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามอายุของไข่ ไข่มักจะดูดเอากลิ่นจากตู้เย็นเอาไว้ และก็จะมีกลิ่นมากถ้าหากไม่เก็บเอาไว้ภายในช่อง ไข่ขาวที่แยกออกจะเก็บได้นานเป็นอาทิตย์ ถ้าเกิดเก็บในตู้เย็นและใส่ภาชนะแก้วที่ปิดฝาสนิท ไม่สมควรเก็บไข่ไว้นาน แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตาม เพราะเหตุว่าบัคเตรีบางทีอาจเกิดขึ้นทำให้ของกินเป็นพิษได้
6. นม นม สดหรือหางนมควรที่จะเก็บรักษาเอาไว้ภายในตู้เย็น เมื่อไม่ใช้แล้ว ดังนี้เพื่อป้องกันการบูดเนื่องจากว่ากรดแลคติกจะก่อให้นมเปรี้ยว สำหรับนมระเหยนั้นไม่คือปัญหาด้วยเหตุว่านมบรรจุกระป๋องนั้น ได้ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อแล้ว แม้กระนั้นก็พึงระวังในเรื่องกระป๋องบวม ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากนมเสีย นมผงควรจะเก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดฝาให้สนิท เนื่องจากว่านมผงนั้นมีความชุ่มชื้นอยู่น้อย จึงดูดเอาความชุ่มชื้นจากอากาศเข้าไว้ทำให้จับกุมกันเป็นก้อน
7. เครื่องเทศแล้วก็ผงฟู ควรเก็บในที่เย็น แห้ง และก็ปิดฝาให้สนิท สำหรับกระป๋องใส่จะต้องไม่ขึ้นสนิม แล้วก็จะต้องสะอาด
8. สารเสริม เช่น SP ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท แห้งรวมทั้งเย็น อย่าให้โดนแสงอาทิตย์โดยตรง
http://www.annann201.com/image/data/pic/banner1.png
ถ้าอยากเรียนขนมปัง8ไส้ สิ่งเดียว4,500บาท
ต้องการเรียนวิชาอื่นเพิ่มด้วย วิชาละ 2,500 บาท
ผู้ติดตามได้ลงมือปฎิบัติเช่นกัน
สนใจเรียน โดยการจองผ่านไลน์แค่นั้น
line id: annzy201
หรือคลิกลิ้งค์ http://line.me/ti/p/~annzy201


ขอบคุณบทความจาก : http://www.annann201.com/

Tags :  เรียนทำเค้ก, ทำเค้ก, ทำเบเกอรี่

 
แชร์บทความ...
โค้ดแบบ forum
(BBCode)
โค้ดแบบ site/blog
(HTML)


เรียนทำเบเกอรี่ สอนทำเบเกอรี่ เรียนทำเค้ก สอนทำเค้ก เรียนเบเกอรี่ สอนเบเกอรี่ เรียนเค้ก สอนเค้ก

เริ่มโดย ittipan1989

ตอบ: 0
อ่าน: 65
กระทู้ล่าสุด 06 เมษายน 2016, 08:05:58 AM
โดย ittipan1989
เรียนทำเบเกอรี่ สอนทำเบเกอรี่ เรียนทำเค้ก สอนทำเค้ก เรียนเบเกอรี่ สอนเบเกอรี่ เร

เริ่มโดย promiruntee

ตอบ: 0
อ่าน: 43
กระทู้ล่าสุด 22 กรกฎาคม 2017, 11:54:39 AM
โดย promiruntee
เรียนทำเบเกอรี่ สอนทำเบเกอรี่ เรียนทำเค้ก สอนทำเค้ก เรียนเบเกอรี่ สอนเบเกอรี่ เร

เริ่มโดย Luckyz0nl3

ตอบ: 0
อ่าน: 26
กระทู้ล่าสุด 31 กรกฎาคม 2017, 03:11:31 PM
โดย Luckyz0nl3
เรียนทำเบเกอรี่ สอนทำเบเกอรี่ เรียนทำเค้ก สอนทำเค้ก เรียนเบเกอรี่ สอนเบเกอรี่ เร

เริ่มโดย Luckyz0nl3

ตอบ: 0
อ่าน: 36
กระทู้ล่าสุด 10 สิงหาคม 2017, 12:36:19 AM
โดย Luckyz0nl3
เรียนทำเบเกอรี่ สอนทำเบเกอรี่ เรียนทำเค้ก สอนทำเค้ก เรียนเบเกอรี่ สอนเบเกอรี่ เร

เริ่มโดย Boyzite1011

ตอบ: 0
อ่าน: 50
กระทู้ล่าสุด 17 สิงหาคม 2017, 02:35:09 PM
โดย Boyzite1011
Back to top